วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ปลาเปคู Pla pe khu....ฝูงปลานักล่าหน้ามน

ปลาเปคู Pla pe khu
  ฝูงปลานักล่าหน้ามน ปลาเปคูเป็นปลาเป็นปลาน้ำจืด มีรูปร่างเหมือนกับปลา ปิรันยา แต่มีขนาดลำตัวที่ใหญ่กว่า กรามล่างไม่ยื่นยาวออกมา และลักษณะของฟันไม่แหลมคมเหมือนกับ ปลาปิรันยา 
      
   ปลาเปคู มีขนาดโตเต็มที่ยาวได้ 80 เซนติเมตร น้ำหนัก หนักถึง25กิโลกรัม  มีถิ่นกำเนิดในลุ่มแม่น้ำอเมซอน และแม่น้ำโอริโนโคในประเทศอาเจนตินา นิยมอยู่รวมกันเป็นฝูง กินอาหารได้ทั้งพืชและสัตว์ 


   ปลาเปคู มักอยู่ร่วมกัน และ ออกล่าเหยื่อกันเป็นฝูง จึงไม่แปลกถ้า นักตกปลาจะตกปลาเปคูได้ติดๆกัน เนื่องจากปลาเปคูเป็นปลานักล่า ที่มีปากขนาดเล็ก (แต่มีฟันที่แหลมคม และ ขากรรไกรที่ทรงพลังมาก การกัดเหยื่อปลอมของปลาเปคู ในบางครั้ง รุนแรงถึงขนาดทำให้เหยื่อปลอมแตก หรือ ร้าวได้ จนมี สมญานามว่า "ปลานักล่าทำลายเหยื่อ") เหยื่อปลอมที่มักใช้ได้ผลดี ก็จะเป็นเหยื่อที่มีขนาดเล็ก และ ตาเบ็ดที่ใช้ก็ต้องมีขนาดเล็ก  


 หากท่านจะตกปลาเปคู ควรเตรียมสายสลิง ในการทำเป็นสายหน้าก่อนเกี่ยวเหยื่อปลอม หรือ ผูกกับตาเบ็ด เพื่อกันฟันอันแหลมคม ที่พร้อมจะบดขยี้สายเอ็น ให้ขาดได้อย่างง่ายดาย....



เหยื่อที่ใช้ตกปลาเปคู


เหยื่อสด : เนื่องจาก ปลาเปคู เป็นปลานักล่า ที่กินได้ทั้ง พื้ช และ สัตว์เล็กๆ อาทิ  ขนมปังแผ่น , ไส้เดือน , กุ้งฝอย , เนื้อปลาหมึกทุบ , เนื้อหอยลาย หรือ เนื้อหอยแครง หรือ เนื้อปลาต่างๆ ก็ใช้ได้ผลดี


เหยื่อปลอม : เนื่องจาก ปลาเปคูเป็นปลาที่มีขนาดปากที่ค่อนข้างเล็ก เหยื่อปลอมทีมักจะใช้ได้ผลดี อาทิ เหยื่อประเภทมินนาว ขนาดเล็ก , เหยื่อไวเบรคชั่น หรือ กระดี่เหล็ก ขนาดเล็ก , เหยื่อยาง จำพวก หนอนยาง ปลายาง จิ้งจกยาง




สูตรเหยื่อขนมปัง ที่ใช้ตกปลาเปคู ( ใช้ตกแบบปั่นกับตะกร้อ ควรใช้ตะกร้อผูกสายสลิงนะครับ )
 สูตรที่ 1 
     ขนมปังป่น 2 โล
     หัวเชื้อต้นหลิว สูตรผงปลาเกล็ด (สูตร 1 )  1 กระปุก
    ผสมขนมปังป่นกับหัวเชื้้อผงปลาเกล็ดเข้าด้วยกัน โดยที่ไม่ต้องผสมน้ำ  ปั้นใส่ตะกร้อ เกี่ยวตาเบ็ดด้วยขนมปังแผ่น ชุบผงปลาเกล็ดสูตร 1 เล็กน้อย ( ใช้ได้ผลดีมาในบ่อฟิชชิ่งปาร์ค )

สูตรที่ 2
     ขนมปังป่น 2 โล
     หัวเชื้อต้นหลิว สูตรปลาเกล็ด กลิ่นผงกุ้ง (สูตร2) 1 กระปุก
    ผสมขนมปังป่นกับหัวเชื้้อผงปลาเกล็ดกลิ่นกุ้งเข้าด้วยกัน โดยที่ไม่ต้องผสมน้ำ  ปั้นใส่ตะกร้อ เกี่ยวตาเบ็ดด้วยขนมปังแผ่น ชุบผงปลาเกล็ดผงกุ้ง สูตร 2 เล็กน้อย ( ใช้ได้ผลดีมาในบ่อฟิชชิ่งปาร์ค หรือ หมายธรรมชาติ )  
*** หัวเชื้อต้นหลิว สูตรปลาเกล็ด ผงกุ้ง เป็น หัวเชื้อผงเนื้อกุ้งป่น 100% จึงทำให้มีกลิ่นที่หอมคาว รุนแรง ทำให้เรียกให้ปลานักล่า รวมฝูงได้เร็วยิ่งขึ้น

แนะนำสูตรเหยื่อและอุปกรณ์ตกปลาบึก ( ขนาดใหญ่ ) Recommended the prey formula should fishing for Mekong giant catfish

แนะนำสูตรเหยื่อและอุปกรณ์ตกปลาบึก  ( ขนาดใหญ่ )
Recommended the prey formula should fishing for Mekong giant catfish 



อุปกรณ์ตกปลาบึก :
- คันเบ็ดและรอกต้องมีความแข็งแรงสูง สามารถรองรับขนาดสายได้อย่างน้อย 20-50ปอนด์ หรืออาจใช้คันเบ็ดประเภท jigging มาใช้ตกก็ได้
Equipment for Mekong giant catfish , fishing rod and reel must have high strength. Wire diameter can accommodate at least 20-50 pounds , or use of jigging rod to fish for Mekong giant catfish.

- รอกใช้ได้ทั้งรอกสปินนิ่งและรอกเบท  ตัวรอกควรจะมีขนาดสปูลที่สามารถบรรจุสายขนาด
 20 ปอนด์ ได้  200 หลาขึ้นไป
 - For a reel available for both types , Spinning reels and Bait casting reels . There should be a line capacity of spool that can hold 20 pounds at 200 yards or more.

- ตัวเบ็ด  ที่ใช้กันเป็นประจำขนาดตั้งแต่ เบอร์ 12 – เบอร์ 17  ผู้ตกก็เลือกใช้ขนาดเบ็ดให้เหมาะสมกับขนาดของปลาแต่ละหมายที่จะตก
- A hook that is used regularly in size from No. 12 - No. 17 fish were used to fit the size of the fish hook of each location.

- สายลีดเดอร์   หลัก ๆที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปก็จะเป็นประเภทสาย PE และ สาย DYNEEMA   ซึ่งมีไห้เลือกใช้หลากหลายยี่ห้อ   โดยปกตินิยมใช้สายตั้งแต่ขนาด
40 ปอนด์ – 100 ปอนด์
- The main leader of the most common type is a PE Braid or Dyneema  Braid available in a variety of brands. Typically used for line sizes from 40 pounds - 100 pounds.


- ตระกร้อ  นิยมใช้เป็นตระกร้อวิ่ง  ประเภทมะเฟือง  ตั๊กม้อ   ถังเบียร์  หรืออีโบ๊ะ  จะวิ่งโฟม  วิ่งตะกั่ว    จะใช้ขนาด M หรือ ขนาด L ก็เลือกใช้กันตามอัธยาศัย
Bait spindle  in Thailand called “ Taklor ”. There most commonly used types “ Taklor ving”.
Taklor  ving ” , there are many different kinds and there are a variety of shapes including cylinders, beer or carambola , “ Tak Mor ” , “ E Bo ”. In the respective shapes can be classified into two main types  of  “ ving foam ” and
ving takao ”. Generally used in two sizes M and L.




สูตรเหยื่อ:

สูตร 1
- ขอบขนมปัง = 2 กิโลกรัม
- หัวเชื้อต้นหลิวสูตร " ผงขาว "  = 1 ขวด
- หัวเชื้อต้นหลิว  ปลาเกล็ด สูตร 1  = 1 กระปุก
- รำข้าวหอม  500 กรัม
Bait formulas:
(Formula 1 )
 - The bread Edge = 2 kg
- The smell brand “Tonleaw # white powder formula”
 = 1 bottle
-The smell brand  “Tonleaw # Fish scales formula 1
= 1 bottle
-         500 grams of rice bran
Mix everything together. Add water and mix well immediately.



 สูตร 2
-         ขนมปัง  = 2 กิโลกรัม
-         กากมะพร้าวคั่ว  = 500 กรัม
-         แยมโรล  =  1 ถุง
-         หัวเชื้อมาวิน / โปรกิ๊ก   = ½  ถุง
-         รำสด  = 1 กิโลกรัม
-         อามิ (กากน้ำตาล)  = 1 ขวด
ใช้อามิคลุกเหยื่อแทนน้ำ
( Formula 2 )
- The  bread = 2 kg
- Roasted coconut pulp = 500 grams
-  jam roll = 1 bag
- The smell brand “ Mawin or Pro gig ” = ½ bag
- Fresh bran = 1 kg
- Molasses = 1 bottle
Mix everything together. Add Molasses and mix well immediately.



สูตร 3
-         ขอบขนมปัง  = 2 กิโลกรัม
-         น้ำกะทิ  = 300 ซีซี
-         เผือกนึ่ง = 1 หัว
-         แยมโรล  = 1ถุง
-         รำคั่ว = 1ถุง
( Formula 3 )
- The bread Edge = 2 kg
 - Coconut milk = 300 cc
- White rice =1 head
- Jam roll = 1 bag
- Roasted bran =1 bag
Mix everything together. Add water and mix well immediately.



สูตร 4
-         แยมโรล  = 3 ถุง
-         รำสด = 2 กิโลกรัม
-         น้ำแดงเฮลบลูบอย  = ½ ขวด
Formula 4
-  Jam roll = 3 bag
-  Fresh bran = 2 kg
- Red  Nectar = ½ bottle
Mix everything together. Add Red Nectar and mix well immediately.



สูตร 5
-         ขนมปัง = 2 กิโลกรัม
-         รำคั่ว = 1 ถุง
-         หัวเชื้อกลิ่นวานิลลา , ใบเตยครีม , นมเนยครีม  = อย่างละ 1 ขวด
( ใส่กระบอกฉีดผสมน้ำเล็กน้อย  ฉีดทีละปั้น )
Formula 5
 - Bread Edge = 2 kg
 - Roast  bran = 1 bag
- The smell of vanilla, pandan  cream , butter cream
= 1 bottle of each flavor ( to mix a little water into the syringe  and  Sprayed onto the bread. )



สูตร 6
-         ขนมปังลูกเกด  =  2 กิโลกรัม
-         เหยื่อโอเมก้า สูตร 1= 1ถุง
-         นมข้นหวาน  =  1 กระป๋อง

Formula 6
- Raisin bread = 2 kg
- Omega  formula 1 = 1 bag
- Sweetened condensed milk  = 1 can.
Mix everything together and take the sweetened condensed milk mixed with water and sprayed onto the bread.



วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ปลากระสูบ... นักล่าหน้าใส


ปลากระสูบ ( Hampala barb) Pla-kra-sub 


ปลากระสูบ

นักล่าสายพันธุ์เล็ก
   ปลากระสูปเป็นอีก หนึ่งพันธุ์ปลานักล่า ที่เราสามารถหาตกได้ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ที่มีความสะอาด
 อาทิ เขื่อน แม่น้ำสายใหญ่ๆ
   เป็นปลาที่กัดเหยื่อปลอมได้รุนแรง ผิดกับขนาดตัวที่ดูเล็กกว่าปลานักล่าสายพันธุ์อื่นๆมากนัก แต่
 ความมันส์ของการตกปลากระสูบนั้น คือ เป็นปลาที่ตกง่าย กัดเหยื่อปลอมค่อนข้างหลากหลายรูปแบบ
 แม้กระทั้งเหยื่อปลอมที่มีขนาดใหญ่กว่า ปากของมันๆ ก็ยังฮุปเหยื่อต่างถิ่นที่หลงเข้ามาอย่างดุดัน
   ปลากระสูบเป็นปลาใน สายวงศ์ของ ปลาตะเพียน แต่มีการพัฒนา ขากรรไกร ให้สามารถกิน
ปลาตัวเล็กด้วยได้ จึงแปลงมาเป็น สายพันธุ์ปลากระสูบ ในประเทศไทยมีปลากระสูบ 3 สายพันธุ์ คือ 
ปลากระสูบขีด  ปลากระสูบจุด และ ปลากระสูบแม่น้ำสาละวิน โดยรวมแล้วไม่มีลักษณ์ะที่ต่าง
กันมากนัก ต่งกันตรงที่ กระสูบจุดจะมีจุดสีดำตรงบริเวณลำตัว เท่านั้นนอกนั้น การกัดเหยื่อไม่
ต่างกันเลยครับ

เหยื่อสำหรับตกปลากระสูบ

เหยื่อประเภทเหยื่อสด : ปลากระสูบเป็นปลาเกล็ดนักล่า ที่กินสัตว์น้ำเล็กๆเป็นอาหาร เหยื่อสดที่ใช้ตกปลากระสูบได้ดี จะมีพวก  ไส้เดือน , กุ้งฝอย  หรือ เนื้อกุ้งก็ใช้ได้ผลดี 

เหยื่อประเภทปลอม : ปลากระสูบเป็นนักล่าสายพันธุ์เล็ก ที่มักจะกัดเหยื่อปลอมอย่างดุดัน เกินขนาดตัว เหยื่อปลอมที่ใช้ได้ผลดีเยี่ยม ก็จะเป็น เหยื่อประเภทที่มีสีสัน เงินๆวิบๆวับเป็นประกาย เหมือนลูกปลาเล็กๆ 
อาทิ พวกสปินเนอร์ , สปูน , กระดี่เหล็ก หรือ เหยื่อไวเบรคชั่น , สปินเนอร์เบท , ป็อปเปอร์  , และเหยื่อจำพวกมินเนาขนาดเล็กๆ ที่เหมือนลูกปลาเหยื่อ  ในบางครั้ง ปลากระสูบที่ผมตกได้ ก็กัดเหยื่อกบยางที่มีขนาดใหญ่พอๆกับหัวปลากระสูบเองเลยนะครับ


                                                   

วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วิธีใส่ลูกดอก และ ติดรอกกระปุก ที่ปืนยิงปลาค่ะ

      เนื่องจาก ที่ร้านหทัยฟิชชิ่ง ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์งานดีๆจากฝีมือคนไทย จึงมีจำหน่าย ปืนยิงปลา งานฝีมือช่างผลิตปืนไม้คนไทย เป็นปืนลักษณะ ยิงแนวต่ำ หรือ แนวระนาบ ส่วนมากลูกค้าชื่นชอบและซือ้ไปเก็บไว้ เพราะ มีลายไม้ที่สวยงาม และ มีงานที่ปราณีต ผิดกับปืนยิงปลาแบบพลาสติก
ดังนั้นจึงขอจัดทำวิธี บรรจุกระสุน และ วิธีติดรอกกระปุกที่ปืนยิงปลา เพื่อลูกค้าที่ซื้อปืนยิงปลาแบบที่ร้านไป จะได้ใช้งนได้สะดวกยิ่งขึ้นค่ะ

 www.hathaifishing.com สนใจสอบถามปืนยิงปลา ได้ที่ร้านหทัยฟิชชิ่ง ทุกสาขาค่ะ หรือ สั่งซื้อโดยการจัดส่งทรงไปรษณีย์ ติดต่อ 02-742-5488 , 02-742-6409 ร้านหทัยฟิชชิ่งสาขา อ่อนนุช


เริ่มทำทีละขั้นตอนเลยนะค่ะ
วิธีดึงยาง และ ใส่กระสุนแบบง่ายๆค่ะ 

ตั้งท่ายืน และ จับปืนตามภาพรวมนะคะ ( ตั้งท่าโดยจับปืนให้ปากปืน ต่ำกว่าด้ามปืนค่ะ )

1. ใช้มือขวาจับด้ามปืน ให้มั่น ( ใช้นิ้วชี้ สอดไว้ในหลังไกปืน เพื่อความปลอดภัย)
2. มือ ซ้าย จับ ตรงเชือกที่ติดกับหนังยาง  ( โดยใช้นิ้ว ชี้และนิ้วกลางล็อคเอาไว้ ตามภาพค่ะ )
   - ดูลายละเอียดการดึง หนังยาง ได้ใน ความเห็นที่ 3 อีกทีนะคะ
*** ใช้มือ ขวาที่จับด้ามปืน ในการดัน กระบอกปืน ให้หนังยาง โดยมือซ้ายยืดตรงอยู่กับที่ จะได้ไม่กินแรงค่ะ ***
3. ใช้นิ้วโป้งที่เหลือ ดันห่วงคล้องเข้ากับ สลักปืนที่ยื่นขึ้นมา
4. เมื่อเห็นว่า เชื่อคล้องอยู่ในสลักดีแล้ว จึงค่อยปล่อย นิ้วชี้และ นิ้วกลาง
5. เมื่อพบเป้าหมายที่จะทำการยิงแล้ว ค่อยวางลูกลงในแท่น โดยเอาตูดลูกดอก ใส่เข้าไประหว่างเชือกสีเขียว
6. ปล่อยปลายลูกดอกให้วางอยู่ในลาง ปกติ
7. ตรวจสอบความถูกต้องก่อนยิง  ( *** นิ้วชี้ต้องอยู่หลังไกปืน เพื่อควาปลอดภัยตลอดเวลา ก่อนที่จะตัดสินใจยิง ***)
8. ตรวจสอบพื้นที่บริเวณใกล้เคียง ว่าไม่มี  คน หรือ สัตว์ใดๆที่ไม่ใช่เป้าหมาย ก่อนทำการเล็ง และ เอานิ้วชี้สอดเข้าไปหน้าไกปืน เพื่อเหนี่ยวไก
  - ผลงาน ภาพกระสุนเหล็ก ในการทดลองยิงกับลังกระดาษ  ระยะห่าง 1 เมตร จากเป้าหมาย

XXX  ปืนลักษณะนี้ เป็น ปืนที่เหมาะสำหรับ ยิงจาก แนวระนาบ หรือ จากบนลงล่างเท่านั้น และ เหมาะกับการใช้งานบนบก XXX



หลายๆท่านอาจจะงง วิธีการดึงยาง ว่าทำไมดึงยากจัง เรามีเทคนิคมาแจ้งเพิ่มเติมค่ะ

ก่อนอื่นต้องตั้งท่า และ จับ ปืน ตามภาพก่อนนะคะ

9. ลักษณะที่ถูกต้อง และเป็นทริคง่ายสำหรับดึง คือ ใช้มือข้างที่ถนัด (ในภาพคือ มือขวานะคะ ที่ต้องใช้ข้างที่ถนัด เพราะ เราจะใช้มือข้างที่จับด้ามปืน ในการดันปืนไปข้างหน้า ตามลายละเอียด ข้อ11 นะคะ ) จับด้ามปืน ในลักษณะให้ปลายกระบอกปืน ต่ำว่าด้ามปืน (ไม่ต้องถึงกับ ชี้ลงเป้ฯแนงตั้งนะคะ แค่พอประมาณเหมือนในภาพก็พอค่ะ)
10. ใช้มือข้างซ้าย โดยเอานิ้วชี้ และ นิ้วกลาง เกี่ยวให้สายยาง ยืดพอประมาณ ( ยังไม่ต้องออกแรงดึงนะคะ )
11. เมือ่เกี่ยวสายยางไว้มั่นคงดีแล้ว   ใช้มือขวาที่จับด้ามปืน ดันปืนไปข้างหน้า โดยให้มือซ้ายอยู่กับที่ ( ใส่แรงเฉพาะที่มือ ขวาเท่านั้นค่ะ )
*** จากในภาพ จะเห็นได้ว่า มือข้างขวาถุกดันไปข้างหน้า แต่มือซ้ายดึงให้ยางตึงอยู่เฉยๆคะ ***
12. ดันปืนไปข้างหน้า จนสายเชือกสีเขียว ที่ติดกลับยาง สามารถคล้องกับ สลัก โดยใช้นิ้วโป้งกดให้ติด กับสลักก็พอคะ
13. -14 . เช็คสายยาง ว่าคล้องในสลักดีแล้ว  ก็กลับไปที่ขั้นตอนที่ 5- 8 ต่อได้เลยค่ะ

*** สำหรับ การใช้ ลูกแก้ว หรือ ลูกปัดธรรมดา ยิง ก็ใช้วิธีเดี่ยวกันค่ะ แค่วางลงไปให้อยู่ระหว่างเชื่อกสีเขียวค่ะ***



วิธีติดรอกยิงปลา เข้ากลับปืนค่ะ

เตรียมรอกกระบุก ขนาดใด ญี่ห้อใดก็ได้ ที่ท่านชอบ มา 1 ตัวค่ะ

1. เช็ดดู ความห่างของรูน๊อต และ ขนาดน็อตโดยประมาณ
2. วัดความห่างของรูน๊อต ทั้ง 2 ตัวในภาพคือ 4.5 cm
3. ทำสัญลักษณ์ บนขารอก 2 จุด
4. ทำการเจาะขารอก ตามที่ทำสญลักษณ์ไว้
5. ทริค สำหรับการเจาะขารอกค่ะ หากนำกระดาษ ธรรมดา หรือ กระดาษแข้ง มาลองข้างหลังที่เจาะ จะช่วยกันไม่ให้รอกเป็นลอยได้ หากเจาะทะลุพลาดไปโดนตัวรอก นะคะ
6. ทำการเจาะรู ให้ได้ตามที่ขนาดที่ต้องการ (ขนาดน๊อตค่ะ)
7. ทำการถอดน๊อตที่แท่น สำหรับติดรอก
8. นำรอกมาวางทาบ และ ใส่น๊อตเข้าที่ ทั้ง 2 ตัว จนเสร็จ และ ทำการเช็คความแน่นหนา ในการติดตั้ง
9. เมือ่ติดตั้งรอกเรียบร้อย ก็ นำลูกดอกมาวาง และ ผูกสายเอ็นเข้ากับ ท้ายของลูกดอก และนำท้ายลูกดอกวางเข้าที่ เตรียมยิงได้ค่ะ

หวังว่าวิธีการต่างๆจะเป็นประโยชน์ไม่มาก ก็น้อย สำหรับท่านที่สนใจการใช้ปืนยิงปลาอย่างถูกวิธีค่ะ



ขอบคุณค่ะ

ขั้นตอนการต่อสายFly (How to Fly fishing)

สวัสดีค่ะ
  ช่วงนี้กระแสการตีเหยื่อ Fly ในประเทศไทย กำลังเป็นที่นิยมมากเลยนะค่ะ น้าๆหลายๆท่านที่อาจจะมีอุปกรณ์แล้ว แต่ยังอาจจะไม่แน่ใจในการต่อประกอบชุดในการตกปลา แบบFly fishing เพราะสายหน้าต่างๆเยอะกว่าแบบตีเหยื่อปลอม หรือ ตกรำ มาก แต่ถ้าเข้าใจวิธีการของสายแต่ละอย่างแล้ว จะไม่อยากเลยนะค่ะ

งั้นมาชมกันค่ะ ว่าจะต้องเริ่มจากอะไรกันบ้าง
ขั้นแรกเรามาดูลำดับการต่อสายและภาพรวมๆกันนะคะ

*ขั้นแรก กรอสายแบล๊คกิ้ง เข้ารอกก่อน โดยทั่วไปจะใช้เป็นสาย แดร็กค่อน ยาวประมาณ 40-50 เมตรค่ะแล้วต่อสาย แบล็คกิ้ง เข้ากับสาย ฟลาย ด้วย เงื่อน knot 2 knot ตามตัวอย่าง ค่ะ

*จากนั้น ต่อสาย ฟลาย (fly line) (โดยทั่วไปยาวประมาณ30 เมตร) เข้ากับ leader materail ด้วยเงื่อน nail knot ตามภาพค่ะ


จากนั้นต่อสาย  leader materail  เข้ากับ  tippet  materail ด้วยเงื่อน  doubel surgeno 's  loop ค่ะ




จากนั้นต่อสาย  tippet  materail เข้ากับตัวเหยื่อ ฟลาย turle knot ตามภาพเเป็นอันเสร็จค่ะ

 แถมท้ายอีกนิดนึงนะคะในบางพื้นที่ ไอ้สาย  leader materail  กับ  tippet  materail  หาซื้อยากมากๆ หนูจึงมี เทคนิคเล็กๆน้อยๆที่เรียนรู้จาก พี่ๆ ที่ตกปลาด้วยกันมาฝากค่ะ สามารถใช้แทนไอ้สาย2ตัวนี้ไดและประหยัดด้วยค่ะลองทำกันดูนะคะ
      ยกตัวอย่างเช่น คันหนูยาว 8 ฟุต จะใช้สายเอ็น 4 ขนาดด้วยกันค่ะ
    - ใช้สายเอ็น 30 ปอนด์ ยาว 3 ฟุต
    - ต่อด้วยสายเอ็น 20ปอนด์ ยาว 2 ฟุต
    - ต่อด้วยสายเอ็น 10ปอนด์ ยาว 2 ฟุต
    - จากนั้นจบด้วย สายช็อค หลีดเดอร์ 30-40 ปอนด์ยาวอีก 1 ฟุต ค่ะ
       (การต่อสายแบบนี้ สายชุดนี้ไม่ควรยาว เกิน ความยาวของคันนะคะ)
    *การต่อสาย ความยาว และการเข้าเงื่อนของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกันนะค่ะ อันนี้เป็นเพียงแนวทางหนึ่งให้เลือกนะคะ* 
เมื่อประกอบเสร็จ จะได้ชุดปลายสายFly fishing เรียบร้อยค่ะ

                                                     POPPER FLY FISHING !!

วิธีการส่งสาย Fly casting
http://www.greenfishings.com/board/board_show.php?que_id=145

วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Chinglew trip By HaThai

สวัสดีครับ !! วันนี้แอบหนีไปหลิวมันส์ๆ กันซัก 2 ชั่วโมงครับ

มาถึงบ่อ ก็อย่ารอช้า 
จัดเตรียมเหยื่อสูตรทีเด็ดกันเลยครับ  ( รำ + ต้นหลิว สูตรปลาเกล็ด + หัวเชื้อน้ำ สูตร กะทิ )
จัดการหย่อนเหยื่่อ วางทุ่นกันให้เรียบร้อยนะครับ
อ่อยซักพัก แล้วก็รออีกซักหน่อย
ว่าไป ไม่ทันไร ... ทุ่นเริ่มเดินแล้วครับ เตรียมตัววัด ฉึกๆได้แล้ว
ขึ้นมาโชว์ตัว อย่ารอช้า ยี่สกไซณ์ปานกลาง
อ่ะ มาอีกแล้วครับ วัดฉึกๆ 
ขึ้นมาเป็นยี่สกอีกตัว ไซร์ปานกลาง สงสัยจะเจอฝูงเข้า
ตัวต่อไป เป็นน้องนิลเพิ่งหย่านมครับ ... ไซร์นี้ปล่อยไปก่อนครับ
มาอีกตัวแล้วครับ ตัวนี้แรงดี ตีน้ำกระจายเลยครับ
ขึ้นมาเป็น ตะเพียนไซร์กำลังดี 
ปิดท้าย ด้วยยี่สกหลงฝูงมาอีกหนึ่งตัวครับ

ชิงหลิว ศิลปะแห่งการตกปลา


 การตกปลาแบบ ชิงหลิว เป็นการตกปลา ที่มีประหวัติความเป็นมา ยาวนานมาก จนอาจ ถือได้ว่าเป็นการตกปลาในยุคเริ่มต้นเลยก็ได้  หลังจากนั้น มนุษย์จึงได้มีการพัฒนา อุกรณ์ที่ใช้ในการตกปลามาอย่างต่อเนื่องจนมี อุปกรณ์ตกปลา ให้เราได้เลือกซื้อใช้กันมากมายเช่น ในปัจจุบัน และ คงมีหลายท่านเริ่ม ต้นเรียนรู้ การตกปลาจากชุด ชิงหลิว
  การตกปลาแบบชิงหลิวนั้นเป็นที่นิยมมาก ในจีน ไต้หวัน และ ญี่ปุ่น ครับ ในประเทศ ญี่ปุ่น นั้นการตกปลาถือว่าเป็น กีฬาที่มีเกียรติ ชนิด หนึ่งซึ่งการตกปลาแบบชิงหลิว ถือได้ว่า เป็นการตกปลาที่ต้องใช้ จินตนาการ และ ทักษะ ความละเอียดออน่ อย่างสูง ทั้ง ในเรื่องการ เลือก อุปกรณ์ คัน สาย ทุ่น ขั้นตอนการประกอบ จินตนาการ และ ประสพการ ในการอ่าน การเคลื่อนไหวของทุ่น และ ทักษะการสู้ปลา การตกปลาแบบ ชิงหลิวนั้น อาจถือใด้ว่าเป็นการตกปลาที่เอาเปรียบปลาน้อยที่สุด เป็นการ ชิงไหว ชิงพริบ ระหว่างคนกับปลา แพ้ ชนะ ตัดสินกันในครั้งเดียว สร้าง ความตื่นเต้น เร้าใจ และ ท้าทาย ตั้งแต่เริ่มอ่านทุ่น จนปลาเข้าสวิง เลยครับ เนื่องจากการตกปลาแบบนี้ ใช้อุปกรณ์ในการสู้ปลาน้อยชิ้น ดังนั้นนักตกปลาแบบชิงหลิว จึงพิถีถันในเรื่องการเลือกอุปกรณ์ เพื่อให้อุปกรณ์ทุกชิ้นทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดย เริ่มจากการ เลือกขนาด ระยะ  ความยาวของคันให้เหมาะสม กับพฤติกรรมการ กินเหยื่อของปลาในที่นั้นๆ ขนาดของสาย ขนาดของทุ่น น้ำหนักถ่วง ขนาดของลูกหมุน ขนาดและความยาวของสายหน้า และการตั้งระยะความลึกของทุ่น ล้วนส่งผลต่อ ผลแพ้ ชนะทั้งสิ้น หลังจากนี้ผมจะเสนอวิธีการตกปลาแบบ ชิงหลิว ไว้เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่คิดเริ่มต้น ตกชิงหลิว ครับ(บทความนี้เขียจากประสพการส่วนตัวและการลองผิดลองถูกหวังว่าคงเป็นประโยชน์กับผู้ที่คิดจะเริ่มตกชิงหลิวครับ)

ภาพรวมๆอุปกรณ์ต่างของการตกปลาแบบชิงหลิว
ในเบื้องต้นการเลือกขนาดความยาวของคัน(โดยส่วนตัว)ผมอยากแนะนำให้เล่นประมาณ 3.6เมตร-4.5เมตร ก่อนเพราะเป็นขนาด  ที่ใช้ได้ค่อนข้างครอบคลุม แต่ถ้าหากเรามีคันอยู่แล้วก็สามารถใช้ได้เลย   เมื่อได้คันมาแล้วอาจมีน้าๆบางท่านถามว่า แล้วขนาด และ ความยาว ของ สายเมนล่ะ ควรยาวเท่าไร อันนี้ง่ายมาก กะเอาให้เมื่อผูกเสร็จแล้ว ตัวเบ็ดอยู่เท่ากับตูดคัน อาจสั้นกว่าหรือยาวก่วาหน่อยก็ได้ไม่มีกฏเกนตายตัว แต่ห้ามยาวกว่าตูดคันเกิน1ฟุต เนื่องจากจะทำให้ช้อนปลาได้ยากส่วนขนาดเริ่มแรกใส่สัก 10-12ปอนด์ก่อน จะได้ไม่ขาดง่ายเกินไป ทีนี้มาถึงเรื่อง  ความยาวของ สายหน้า กัน อันนี้ก็ไม่มีกฏตายตัวอีกเช่นเคย ส่นตัวผมจะแบ่งออกเป็น 2แบบง่ายๆครับ คือถ้า ตกลอยกับแบบบาลานด์หน้าดินจะไว้ชิ่งหน้ายาวหน่อย ประมาณ 1คืบ หรือประมาณ 6-8 นิ้วแล้วแต่ชอบ  แต่ถ้าตกแบบไม้ตายจะไว้ชิ่งหน้าสั้นหน่อย ประมาณ 7-10 เซ็นติเมตร ครับ

                                                          วิธีผูกสายเอ็นเข้ากับไหมปลายคัน


การตั้งทุ่นแบบ บาลานด์ เป็นการตั้งทุ่นที่ละเอียดออ่น แรกๆอาจดูเหมือนตั้งยาก แต่หากทำความเข้าใจแล้วก็ไม่ยากอย่างที่คิด   ลองชมภาพประกอบดูครับ ตามตัวอย่าง ภาพแรกซ้ายมือ เป็นการตั้งทุ่นที่ได้บาลานด์ จะใช้เบ็ด 1หรือ2ตัวก็ได้ แต่ทุ่นต้องจมอยู่ใต้น้ำ1-2ข้อนะครับ เมื่อไส่เหยื่อแล้วทุ่นจะโผล่พ้นน้ำประมาณ2-3ข้อ เมื่อเหยื่อหมด ทุ่นก็จะลอยขึ้นมาดังภาพตัวอย่างครับทำให้เรารู้ใด้ทันทีว่าเหยื่อละลายหมดแล้ว    ภาพที่ 2 (ตรงกลาง) ถ้าเป็นการตกแบบบาลานด์ถือว่าเบาไปแต่เป็นการตกแบบลอยถือว่า ใช้ใด้ครับ ส่วน ภาพสุดท้าย ทางขวามือ ตัวถ่วงหนักเกินไป ทำให้เราไม่ทราบว่าเหยื่อหมด หรือยัง ครับ

เมี่อไม่มีเหยื่อทุ่นจะอยู่ประมาณนี้ครับ
การปั้นเหยื่อ 
การเข้าชุดสายหน้าแบบนี้ทำให้เปลี่ยนได้ง่าย

หากคันเกิดติดเก็บไม่เข้าให้หายางในจักรยาน ตัดเก็บไว้ในกล่องอุปกรณ์จะช่วยได้มาก

การยืดคันออกให้ยืดจากท่อนปลายออกไปทีละท่อน ห้ามสะบัดออก นะครับจะทำให้คันติด

การเก็บเข้าก็ทำย้อนขั้นตอนนะครับอย่าลืมเช็ดคันให้แห้งก่อนเก็บนะครับ


อย่าลืมผูกสายเซฟตี้ ที่ด้ามคันด้วยนะครับ กันผิดคิว!!!

ว่าด้วย "การเลือกซื้อคันเบ็ด"

สวัสดีครับ เพื่อนๆนักตกปลาทุกๆท่าน
   วันนี้เราจะมาพูดถึง "คันเบ็ด" กันคราวๆก่อนนะครับ สำหรับน้าๆที่สนใจอยากได้คันใหม่ หรือ จะซื้อคันเบ็ดคันแรก มาครับ มาดูกันคราวๆ น้าๆจะได้ วางแผนการมองหาคันที่ถูกใจ โดยการเปรียบเทียบแอ็คชั่น ที่เราคาดหวังได้ง่ายขึ้นนะครับ เอาหล่ะครับมาเริ่มกันเลย อย่างแรก เราก็ต้องมาดูเรื่อง แอ็คชั่นของคันเบ็ดกันก่อนครับ การเลือกซื้อคันเบ็ดซักคัน ไม่ใช่เรื่องยากครับ 
   แต่เราจะต้องมี แผนการในใจก่อนครับ ว่า 
    1. งบประมาณคราวๆ ที่เราจะจ่ายสำหรับคันเบ็ดที่เราพอใจ  ( อันนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณส่วนบุคคลครับ )
    2. หมายที่เราคาดหวัง หรือ ปลาที่เราจะไปตก อาทิเช่น อยากตกปลาบึก ปลาสวายใหญ่ๆ ก็ต้องเน้นไปที่คันที่มีความแข็งแรงสูงๆหน่อย หรือ บางท่านอยากได้คันสำหรับตีเหยื่อปลอม อันนี้ก็ต้องเน้นไปทาง คันเพรียง เหนื่ยว น้ำหนักเบา อะไรประมาณนั้นครับ การคิดคราวๆไว้ก่อนจะทำให้เราเลือกชุดอุปกรณ์ได้ง่าย และ เหมาะสมกับการใช้งนที่เราต้องการ นะครับ  
    เอาหล่ะครับเมื่อมี 1 และ 2 แล้ว ทีนี้ก็ต้อง มาข้อมูลเพิ่มเติมกันอีกนิด เพื่อการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น


การเปรียบเทียบคุณสมบัติ คุณภาพ และลักษณะการใช้งานของคันเบ็ด จะมีสิ่งที่ต้องพิจารณาอยู่ 3 ประการคือ 
1.ความแข็ง หรือ เพาเวอร์ (Power)
2.แอคชั่น (Action)
3.เซนชิติวิตี้ (Sensitivity) 


1.ความแข็ง หรือ เพาเวอร์ (Power) คือขนาดของแรงที่มากระทำต่อคันเบ็ดให้บิดหรืองอโค้ง โดยยึดแรงปฏิกิริยาที่แบล้งค์จะดีดตัวหรือขืนเมื่อมีแรงมาดึงที่ปลายคันเบ็ด มีอยู่ 3 ระดับใหญ่ๆ คือ แข็ง (Heavy), ปานกลาง (
Medium) และอ่อน (Light) ใช้ตัวย่อว่า H,M และ L ตามลำดับ และสามารถแบ่งย่อยออกเป็น 9 ระดับตามที่บริษัทของ เฟนวิค (Fenwick) กำหนดจนเป็นที่ยอมรับมาตรฐานนี้กันทั่วโลก คือ
กลุ่มอ่อน มี 3 ระดับ คือ Ultra Light, Extra Light, Light
กลุ่มปานกลาง มี 3 ระดับ คือ Medium Light, Medium, Medium Heavy
กลุ่มแข็ง มี 3 ระดับ คือ Heavy, Extra Heavy, Ultra Heavy 

       คันที่มีพาวเวอร์สูงๆ ก็เหมาะที่จะใช้กับสายที่มีความทนแรงดึงสูงๆ แต่ก้ไม่เหมาะกับสายที่มีแรงยืดตัวต่ำๆ(ในกรณีนี้แก้ด้วยการใช้ช็อค ลีดเดอร์)
       ส่วนคันที่มีพาวเวอร์ไม่มาก ก็เหมาะกับสายที่มีความทนแรงดึงน้อยๆ เพราะคันจะเป็นตัวซับแรงกระชากได้ดี


2.แอคชั่น (Action) คือรูปแบบการโค้งตัวของคันเบ็ด แบ่งออกได้ 4 รูปแบบ คือ
Action A หรือ Extra fast เป็นแอ็คชั่นที่แข้งมาก คือเมื่อทดลองโน้มคันเบ็ดดูจะเห็นว่าปลายคันโค้งลงมาได้เพียง 1/4 หรือ 25% ของความยาวทั้งหมด
Action B หรือ Fast เป็นแอ็คชั่นแข้งพอประมาณคันเบ็ดจะโค้งลงมาประมาณ 1/3 หรือ 33% ของความยาวทั้งหมด
Action C หรือ Moderate เป็นแอ็คชั่นปานกลาง คันเบ็ดจะโค้งลงมา 1/2 หรือ 50% ของความยาวทั้งหมด
Action D หรือ Slow เป็นแอ็คชั่นที่อ่อนที่สุด เกือบจะเรียกได้ว่าโค้งเหมือนเครื่องหมายวงเล็บ
คันที่มีแอคชั่นแข็ง ก็เหมาะต่อการส่งเหยื่อที่มีน้ำหนักมากกว่า แต่ก็จะส่งผ่านการรับรู้แรงสั่นสะเทือนด้อยกว่าคันที่มีแอคชั่นอ่อน

3.เซนชิติวิตี้ (Sensitivity) 
คือความไวของคลื่นสัญญาณที่ส่งมาทางปลายสายมาสู่มือผู้ตก ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวของเหยื่อปลอม หรือ ปลาตอด เซนซิติวิตี้ของคันเบ็ดจะมีมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุที่นำมาผลิตเป็นแบล้งค์ ตัวเส้นใย และ
โครงสร้างของเส้นใยที่นำมาทอผสานเป็นผ้า การอัดม้วนที่แน่นเสมอกันตลอดทั้งคัน การอบเนื้อให้แกร่ง เป็นต้น เหล่านี้ล้วนมีผลต่อเซนซิติวิตี้ทั้งนั้นครับ
 
>> โดยรวมแล้ว คันเบ็ดที่ดี ต้องมีครบทั้ง3 องค์ประกอบนี้ และ จะต้องมีความสัมพันกัน อีกด้วยนะครับ <<
นี้คือภาพแสดง แอคชั่น (Action)  ของคันนะครับ (ดูกันให้เห็นจะๆกันไปเลยครับ)
Action A หรือ Extra fast เป็นแอ็คชั่นที่แข้งมาก คือเมื่อทดลองโน้มคันเบ็ดดูจะเห็นว่าปลายคันโค้งลงมาได้เพียง 1/4 หรือ 25% ของความยาวทั้งหมด 
Action B หรือ Fast เป็นแอ็คชั่นแข้งพอประมาณคันเบ็ดจะโค้งลงมาประมาณ 1/3 หรือ 33% ของความยาวทั้งหมด 
Action C หรือ Moderate เป็นแอ็คชั่นปานกลาง คันเบ็ดจะโค้งลงมา 1/2 หรือ 50% ของความยาวทั้งหมด 
Action D หรือ Slow เป็นแอ็คชั่นที่อ่อนที่สุด เกือบจะเรียกได้ว่าโค้งเหมือนเครื่องหมายวงเล็บ 

  ((( เรื่องแอคชั่น ของคัน อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลของนักตกปลาแต่ละท่านครับ บางท่านใช้คันเวทอ่อนมาก ไปตกปลาสวาย ก็สามารถตกได้ครับ แต่อาจต้องใช้เวลาในการสู้กับปลามากหน่อย แต่ได้ความเร้าใจครับ )))

เอาหล่ะครับ ต่อไปเราก็มาศึกษาเรื่อง วัสดุของเนื้อคันเบ็ด กันอีกนิด จะได้ไม่งง เวลาเจอคันเบ็ดมากๆ แต่ราคาแตกต่างกันนะครับ  (( ที่ราคาต่างกันก็เพราะวัสดุที่ใช้ทำคันนี้แหละครับ ))
วัสดุที่นำมาทำคันเบ็ด ในปัจจุบันวัสดุที่ใช้ทำคันเบ็ดถูกคัดสรรปรุงแต่งสังเคราะห์ขึ้นมาอย่างมากมาย ซึ่งก่อให้เกิดคันเบ็ดที่มีคุณสมบัติที่ตรงต่อความต้องการของนักตกปลาและตลาด  มีดังนี้
 
1.ไม้ไผ่ ไม้ไผ่แม้นักตกปลาในบ้านเราจะไม่ค่อยคุ้นเคยกันนักก็ตาม แต่สำหรับนักตกปลาในต่างประเทศ คันไม้ไผ่ก็ยังถือว่าเป็นคันเบ็ดที่มีนักตกปลาบางกลุ่มที่นิยมความคลาสสิคเล่นกันอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกตกด้วยชุดฟลาย
     แต่ข้อจำกัดอย่างหนึ่งของคันไม้ไผ่ก็คือ ต้องการการดูแลอยู่พอสมควร การจัดเก็บก็ควรอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่รุนแรงมาก เช่น ไม่ปะทะกับแสงแดดโดยตรง ไม่ชื้นจนเกินไป แล้วต้องไม่วางพิงกับผนังไว้นานๆอย่างเด็ดขาด เพราะคันเบ็ดจะโค้งงอตามแนวที่วางพิง
2.  ไฟเบอร์ กลาส เมื่อช่วงการพัฒนาการทางเคมีภัณฑ์และความสำเร็จในการพัฒนาวัสดุสังเคราะห์เป็นไปด้วยดี ในช่วงนี้ผู้พัฒนาคันเบ็ดก็ได้รู้จักกับวัสดุใหม่ที่มีคุณสมบัติที่เสถียรกว่าวัสดุธรรมชาติ แรงดีดแรงงัดก็มีความสม่ำเสมอในทุกๆชิ้นในสายการผลิต
      ข้อดี คันไฟเบอร์ กลาส ถือเป็นคันที่มีประสิทธิภาพรอบด้านในยุคสมัยนั้น แต่เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน คันไฟเบอร์ กลาส กลับมีข้อจำกัดตรงที่มีน้ำหนักมาก ความไวในการส่งผ่านแรงสั่นสะเทือนค่อนข้างน้อย แต่ด้วยความเหนียวทนทานของไฟเบอร์ กลาส ก็ทำให้เหมาะกับงานสำหรับตกปลาด้วยเหยื่อปลอมขนาดเล็กๆ เช่น  ปลานิล ปลาดุก บ้านเรา นิยิมใช้กันมากเนื่องจาก ราคาค่อนข้างถูก และ มีให้เลือกหลายหลายรุ่น และ ญี่ห้อ อีกทั้งยังใช้งานได้หลากหลาย  ไม่ต้องบำรุงรักษามาก
 
3.  กราไฟท์ ยุคต่อมาการพัฒนาการด้านเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ดีขึ้น สามารถประสานกราไฟท์ให้ได้เป็นเส้นใย และนำมาทอเป็นผืน แล้วนำมาม้วนรอบแกนแล้วประสานด้วยกาวให้อยู่ตัว คันกราไฟท์ก็ถือกำเนิดขึ้น
       ข้อดีของวัสดุกราไฟท์คือเบา และมีแรงดีดดี และเมื่อนักประดิษฐ์ได้ลองถักทอแผ่นกราไฟท์ด้วยโครงสร้างที่ต่างกันก็เกิดคุณสมบัติของคันเบ็ดที่แตกต่างออกไป แต่ข้อจำกัดของกราไฟท์ก็คือ เป็นวัสดุที่เปราะบาง และเป็นสื่อไฟฟ้า เคยมีกรณีฟ้าผ่าลงคันเบ็ดมาแล้วหลายหน และในที่สุดก็ได้มีการผสมข้ามวัสดุกันระหว่างกราไฟท์ กับไฟเบอร์กลาส ก็ทำให้ได้วัสดุทำคันที่สนองต่อการตลาดมากขึ้น
4. คาร์บอนไฟเบอร์ และเมื่อสามารถนำธาตุกราไฟท์มาถักทอเป็นแผ่นผืนได้ หลังจากนั้นก็ได้มีการศึกษานำเอาวัตถุธาตุอื่นๆมาทอประสานกัน คาร์บอน ก็เป็นอีกหนึ่งวัตถุธาตุที่ได้รับการพัฒนามาจนเป็นคันเบ็ด เช่นเดียวกันกับวัตถุธาตุอื่นๆ เช่น โบรอน เป็นต้น
       ข้อดีของ วัตุธาตุพิเศษเหล่านี้คือ นักประดิษฐ์ได้คัดสรรนำธาตุที่มีความแกร่งและหยืดหยุ่นสูงมาประกอบ อีกทั้งยังมีความเบาเป็นพิเศษ แต่ข้อจำกัดของวัสดุใหม่ๆเหล่านี้คือ ราคาที่สูง เพราะวัสดุเหล่านี้ ยังมีการศึกษาพัฒนาคุณสมบัติอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้ได้สิ่งที่เหมาะสมกว่า ทำให้ยังมีวางจำหน่ายให้เห็นอยู่น้อยมากในปัจจุบัน


 ต่อมาก็มาดูราคาคราวๆ กันก่อนนะครับ (( ที่ราคาต่างกันก็เพราะวัสดุที่ใช้ทำคันนี้แหละครับ ))
หากจะเรียก เนื้อคันเบ็ดโดยรวมๆที่ผมเห็นได้จากในตลาดบ้านเราตอนนี้ก็มีประมาณ 3เนื้อที่เห็นได้บ่อยๆ
1. คันเนื้อไฟเบอร์ : เป็นคันที่มักมีเวท และ แอ็คชั่น ค่อนข้างจะอ่อน หรือ ย้วยๆหน่อย โคนคันจะค้อนข้างใหญ่  ราคาถูกและมีให้เลือก ทั้งแบบ คันเบท และ สปิน ด้ามก็มีให้เลือก ทั้งด้าม ก๊อก และ ด้ามยาง ซึ่งอาจเรียกได้ว่า เป็นคันพื้นฐานของผู้ฝึกหัดตกปลาช่วงแรกๆก็ว่าได้นะครับ ใช้งานได้หลากหลาย ไม่ต้องการดูแลรักษามาก ราคาถูก  ส่วนมาก ราคาเริ่มต้นที่ 200- 400 กว่าบาท
 
2. คันเนื้อตัน : ที่เราเคยเห็นจะเป็นคันเนื้อสีเขียวๆ ในปัจจุบัน มีการผลิตคันให้มีสีอื่นๆแล้ว ทั้ง สีใส่ , ดำ , หรือสีกากเพชร ผมก็เคยเห็นมาแล้ว โดยรวมแล้วคันประเภทนี้เป็น คันอะเนอกประสงค์อย่างแท้จริง เพราะมีแอ็คชั่น กลาง-แข็ง  ในส่วนดีที่คนมักนิยมซื้อคันตัน ก็เพราะว่า เป็นคันที่ไม่มีกระดูกคัน กล่าวคือ จะใช้กับรอกเบท หรือ สปินก็ได้ ไม่ต้องเปลี่ยนคัน และ ไม่มีผลต่อการใช้งานคัน มักใช้เป็นคันตกปลาใหญ่ ทั้งทนทาน ตากแดดได้นานไม่กรอบง่ายๆ ราคาคันประมาณ 300-500 กว่าบาท ก็หาซื้อได้แล้วครับ แต่ คันตันมีข้อเสียคือ เรื่องน้ำหนักคันที่ค่อนข้างหนัก จึงมักใช้งานประแภท ตกปลาทะเล หรือ ปลาตามแม่น้ำ ไม่เน้นการตีบ่อย เพราะคันมีน้ำหนักมากกว่าคันประเทภอื่นๆ จึงอาจทำให้ตี หรือ ส่งเหยื่อได้ไม่ไกลเท่าที่ควร
 
3. คันเนื้อการ์ไฟ : เป็นคันที่สวย และ เพรียวที่สุด เมื่อเทียบกับคันเนื้ออื่นๆนะครับ หากใครชอบคันที่มีความสาย และ เก็บลายละเอียดดีๆ ก็มักจะเลอืกคันประเทภเนื้อการ์ไฟนี้แหล่ะครับ ส่วนเรื่องญี่ห้อนี้ก็แล้วแต่ใครจะชอบญหีห้อใด เลือกได้ตามสบายใจเลยครับ ราคาก็ประมาณ 900 ขึ้นไปครับ  


เอาหล่ะครับ นี้คือ ข้อมูลคราวๆ ในการเริ่มต้นเลือกซื้อคันเบ็ดซักคันนะครับ  แล้วแวะไปที่ ร้านทหัย สาขาใกล้บ้านท่าน ลองสอบถามลายละเอียดเพิ่มเติมกับ ผู้ขายดูอีกทีครับ ... ไม่แน่นะครับ คุณอาจจะได้คันเบ็ดที่ถูกใจในราคาไม่แพง เพราะ ราคาคันเบ็ดไม่ได้กำหนดคุรสมบัตติทั้งหมด แต่ ทั้งหมดของคันเบ็ดเกือบทุกญี่ห้อ จะดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความถูกใจของผู้ใช้แต่ละคน  ผมว่า ถ้าคุณลองจับแล้วคิดว่าใช่ นั้นแหล่ะครับ คันเบ็ดของคุณ   ขอบคุณครับ